ฤาน้ำจะมาปรับคนไทยให้เข้ากัน
จากกรณีเกิดอุทกภัยในปี 2554 ส่งผลให้บางจังหวัดของประเทศได้รับผลกระทบแทบจะเรียกได้ว่าในชีวิตที่เกิดมานี้เพิ่งเจอะเพิ่งเจอก็คราวนี้ ผู้เขียนเองก็ได้เจอเหตุการ์น้ำท่วมเมื่อครั้งปี 2548 (สมัยนั้นอยู่อำเภอบางบัวทอง) ก็เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของชีวิตเหมือนกัน ตอนนั้นกว่าน้ำจะลดเป็นปกติก็ใช้เวลาเป็นเดือน สิ่งที่ได้รับการบรรเทาในยามหิวก็คืออาหารสำเร็จรูปเรียกว่ากินจนหน้าจะเป็นตราสินค้าเลยทีเดียว เลยทำให้เข้าใจเวลามีเหตุเลวร้ายเกิดขึ้นกับชีวิต สิ่งที่เราคุ้นเคยในยามที่ชีวิตปกติ แต่พอมีเหตุการณ์ภัยร้ายเข้ามาเยือนสิ่งที่ชีวิตเคยได้รับสะดวกสบายหายไป เราก็ต้องปรับเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ แล้วเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ผ่านไปตามกาลเวลา คงทิ้งไว้แต่อดีตให้จดจำ
ชีวิตไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอนทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้อาจจะเป็นประสบการณ์ของใครๆ หลายๆ คนที่ทำให้จดจำ ความเสียหาย ความสูญเสีย ความพลัดพรากถาโถมเข้ามา
เหตุการณ์ครั้งนี้ สิ่งที่มองเห็นก็คือความกลัวภัยของมนุษย์ แม้เราจะมีเทคโนโลยีอันทันสมัยสักปานใด แต่เราก็ยังอยู่ภายใต้ของความกลัว กลัวความพลัดพราก กลัวเสียเผ่าพันธุ์ กลัวเสียอำนาจ กลัวเสียพวกพ้อง
"น้ำ" ที่ไหลบ่าเข้าถาโถม เราอาจจะมองเห็นเป็นภาพของความเสียหาย ความจริงมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่วิสัยของนักปราชญ์ถ้าเก็บมาคิดเพื่อให้เกิดปัญญา ก็น่าจะเห็นคุณค่าของมวลน้ำที่อาจจะเข้ามาเพื่อให้มวลประชามีความสามัคคีช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่สังคมขาดเสียซึ่งความปรองดอง
ผู้เขียนเห็นว่าความแตกแยกทางความคิดเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคนมีความเห็นเหมือนกันได้ ในหมู่มนุษย์ด้วยกันเราสามารถทำให้ทุกคนมีความเห็นเหมือนกันโดยการสร้างความเชื่อ ฝังความเชื่อ แต่ระบบของความเชื่อก็ควรอยู่ภายใต้สติปัญญาหรือเหตุผล
เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่รวมกันจะดำรงอยู่ได้นั้น จะต้องทิ้งเสียซึ่งความรู้สึกแตกแยก แล้วหันหน้าเข้าเผชิญปัญหาเพื่อฟันฝ่าอุปสัคและดำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติที่บรรพบุรุษได้ร่วมกันสร้างขึ้นกันมาหลายร้อยปี
ภัยครั้งนี้ได้เห็นน้ำใจของคนที่อยู่ในบ้านเดียวกัน ตำบล อำเภอ ประเทศเดียวกันหากจะไม่ใช่เพราะน้ำช่วยหลอมละลายความเชื่อ(ผิด) ให้หายไปจากใจชั่วคราวหรือตลอดไป? บทเรียนจากน้ำก็คงพอให้เราชาวไทยรู้สึกได้ว่าอุทกภัยครั้งนี้หากจะยังคงแตกแยกสามัคคี ทะเลาะตีกันไปเมืองไทยคงอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน หากช่วยกันฝ่าไปด้วยน้ำใจไมตรี วันนี้หรือวันไหน ประเทศไทยน้ำใจและสายน้ำก็คงอยู่ร่วมกันไปอย่างปกติสุข.
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554
พระมหาวิเชียร คุณธาโร
วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ |